เช็คลิสเตรียมความพร้อมทางการเงิน รับโควิดละลอก 3
เตรียมความพร้อมทางการเงิน

เช็คลิสเตรียมความพร้อมทางการเงิน รับโควิดละลอก 3

สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น ก็ดูเหมือนจะเกิดขึ้นแล้วกับโควิด-19 ที่คาดว่าน่าจะเป็นละลอกที่ 3 ทำให้เราต้องติดตามสถานการณ์กันอย่างใกล้ชิด แต่แน่นอนว่าถ้าโควิด-19 ละลอก 3 กลับมาผลกระทบทั้งทางเศรษฐกิจที่มีต่อประเทศ คงกระทบกับความมั่นคงทางการงาน และการเงินในกระเป๋าเราแน่นนอนวันนี้ Refinn (รีฟินน์) เลยจะพาทุกคนมาลองเช็คลิสทางการเงิน ว่าเราพร้อมรับกับสถานการณ์โควิดละลอก 3 แล้วหรือยังกันครับ

เตรียมพร้อมเรื่องเงินอย่างไร เมื่อโควิดละลอกใหม่กำลังมา

ถ้าโควิดจะมาอีกสักครั้ง ครั้งนี้เราต้องเตรียมพร้อมเรื่องเงินให้ดีเลยครับ โดยผมทำลิสลำดับสิ่งที่เราควรจะต้องทำมาทั้งหมด 4 ข้อ ให้ลองทำตามไปทีละข้อนะครับ

1. สำรวจรายจ่ายจำเป็นและคนที่ของเราในแต่ละเดือน

อันนี้สำคัญสุดหากเราจะต้องเริ่มวางแผนการเงินในการรับมือเราต้องรู้กันก่อนว่าในแต่ละเดือนของเรานั้นมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้านที่มันจำเป็นในแต่ละเดือน เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่าเช่าบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าเดินทางไปทำงาน ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าประกัน ฯลฯ 

ส่วนพวกค่าใช้จ่ายอย่างช็อปปิ้ง สั่งสันกับเพื่อน หรือค่าใช้จ่ายที่เรายังสามารถเลี่ยงได้ ก็ไม่เอามาคิดรวมในส่วนนี้ครับ

2. สำรวจเงินเก็บพร้อมใช้

เมื่อเราทราบแล้วว่าในแต่ละเดือนเรามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง เป็นจำนวนเงินเท่าไร ลำดับต่อมาคือเราต้องมาดูเงินเก็บพร้อมใช้ว่ามีอยู่กี่บาท ในส่วนของเงินเก็บพร้อมใช้ คือ พวกเงินฝาก เงินฝากประจำ จะไม่รวมหุ้น กองทุนนะครับเงินแบบนี้ไม่พร้อมใช้  เวลาขายกองทุนก็ต้องรอ 3 -  7 วัน เกิดต้องใช้เงินด่วนขึ้นมาก็คงจะไม่ทัน หรือบางที่ตอนที่เรานำมาคำนวนเป็นเงินประมาณหนึ่งแต่พอเราจะขาย หุ้นตกเงินลดลงขายออกมาก็อาจจะไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ ก็ทำให้การวางแผนเราผิดพลาดครับ แล้วจำลองสถานการณ์ที่แย่ที่สุดก่อนเลยถ้าเรานำเงินก้อนนี้มาใช้จ่ายในแต่ละเดือนตามที่เรา List ไว้เราจะอยู่ได้อีกกี่เดือนโดยที่ไม่มีรายได้เข้ามาเพิ่ม ซึ่งเราจะเรียกเงินก้อนนี้ว่าเงินสำรองฉุกเฉินครับ โดยปกติเราควรจะมีสำรองไว้อย่างน้อย 6 - 12 เดือนครับ

ส่วนใครที่ดูเงินสะสมแล้วยังน้อยอยู่ก็แนะนำให้ลองทำสินเชื่อประเภทอนุมัติวงเงินล้วงหน้า พวกบัตรกดเงินสด เอาไว้ก่อนครับ เหตุผลเลยคือสินเชื่อพวกนี้ถ้าเราไม่กดออกมาใช้เราก็จะไม่เสียดดอกเบี้ยเลยสักบาทครับ ดังนั้นก็ถือว่ามีติดไว้เป็นเงินสำรอง เงินด่วนพร้อมใช้ดีกว่า และที่ควรรีบสมัครเพราะว่าการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทบัตรกดเงินสดนั้น ถ้าเรายังเป็นพนักงานประจำอยู่เราจะสามารถทำได้ง่ายกว่าครับ ดูโปรโมชั่นและสมัครบัตรกดเงินสด >> www.refinn.com/บัตรกดเงินสด

3. สำรวจค่าใช้จ่ายที่สามารถลดได้ 

แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายจิปาถะ พวกชุดเสื้อผ้า ช็อปปิ้ง ของเล่น ของสะสม งานสังสรรค์ พวกนี้อาจจะต้องพักไว้ก่อน แต่ที่ผมอยากให้โฟกัสจริง ๆ คือพวกดอกเบี้ยที่เราต้องจ่ายในแต่ละเดือน โดยแบ่งออกเป็น

1. ลดดอกเบี้ยบ้านด้วยการรีไฟแนนซ์บ้าน

แม้ดอกเบี้ยบ้านจะถูก แต่เนื่องด้วยมันเป็นหนี้ก้อนใหญ่ก็ทำให้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายแต่ละเดือนก็หลักหลายพัน หลายหมื่นอยู่นะครับ ดังนั้นหากเราผ่อนบ้านมาครบ 3 ปี หรือมากกว่า 3 ปี โดยปกติจะหมดโปรโมชั่นดอกเบี้ยบ้านแล้วดอกเบี้ยจะถูกปรับเป็น 4% - 7% ครับดังนั้นเราควรทำการรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อลดดอกเบี้ย ซึ่งถ้าเรารีไฟแนนซ์บ้านตอนนี้ก็จะสามารถดอกเบี้ยลงมาเหลือเหลือ 2% - 3% ต่อปี ซึ่งจะสามารถประหยัดทั้งดอกเบี้ย และอาจรวมถึงยอดผ่อนทึ่ถูกลงด้วยครับ เสริมสภาพคล่องให้กับเราอีกด้วยใครที่สนใจรีไฟแนนซ์บ้านก็สามารถเช็คโปรโมชั่นและสมัครผ่าน Refinn ได้เลยนะครับ เราเป็นสตาร์ทอัพที่ช่วยให้คนไทยรีไฟแนนซ์บ้านและหมดภาระบ้านได้ไวขึ้นที่ดำเนินงานมาแล้วกว่า 4 ปี มีผู้ใช้บริการมากกว่า 250,000 คน เป็นบริการฟรี พร้อมมีทีมงานที่คอยให้คำปรึกษาและติดตามผลให้คุณรีไฟแนนซ์บ้านได้ไวขึ้นครับ เช็คโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์บ้าน >> www.refinn.com/รีไฟแนนซ์บ้าน

2. ลดดอกเบี้ยบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด ด้วยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต

ใครมีบัตรเครดิตหลายใบ แล้วต้องเสียดอกเบี้ยอยู่ประมาณ 16% ต่อปี เราสามารถลดดอกเบี้ยลงมาได้ด้วยการใช้สินเชื่อส่วนบุคคลรวมหนี้บัตรเครดิตครับ ซึ่งดอกเบี้ยประเภทนี้เริ่มต้นที่ 9% เลยครับ ลดดอกเบี้ยบัตรเครดิตลงแล้วเก็บส่วนต่างของดอกเบี้ยไว้ใช้ดีกว่าครับ

และวิธีการเดียวกันนี้ก็ยังเหมาะกับคนที่มีบัตรเครดิตหลายใบ แล้วเริ่มผ่อนขั้นต่ำทุกใบไม่ไหวก็สามารถขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต ได้เช่นกัน เป็นการรวมหนี้บัตรเครดิตทุกใบแล้วให้มาผ่อนกับธนาคารใหม่ธนาคารเดียว แบบมีระยะเวลาะ 12 - 60 งวด เลือกได้ตามความสามารถในการผ่อนชำระคืนได้เลยครับ ทำให้การผ่อนแต่ละเดือนเราถูกลง เสริมสภาพคล่องให้เราด้วย และที่สำคัญดอกเบี้ยก็มีเริ่มต้นตั้งแต่ 9% เช่นกันครับ สมัครรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต >> www.refinn.com/รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต

3. ลถค่างวดผ่อนรถ รับเงินก้อนเพิ่มด้วยการรีไฟแนนซ์รถยนต์

วิธีการนี้เรียกว่าเรียนรู้ไว้ก่อนจำเป็นแล้วค่อยทำครับ หากเรารู้สึกว่าเราเริ่มผ่อนค่างวดรถไม่ไหว อย่าพึ่งหยุดผ่อน เดียวเครดิตเสีย หรืออาจถึงโดนยึดรถ แต่เราควรเริ่มจากทำเรื่องรีไฟแนนซ์รถยนต์แล้วเลือกระยะเวลาการผ่อนชำระให้ยาวหน่อยจะทำให้เราจ่ายค่างวดรถแต่ละเดือนลดลง และหากจำเป็นต้องใช้เงิน หรือใช้เงินด่วนเราก็สามารถแจ้งขอวงเงินเพิ่มได้ในตอนที่เราทำเรื่องรีไฟแนนซ์รถครับ เช็คโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์รถ >> www.refinn.com/รีไฟแนนซ์รถ

4. เช็คสินทรัพย์ที่มีค่าและสามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้

หลายคนอาจลืมคิดเรื่องทรัพสินที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้ไป ซึ่งของพวกนี้เราควรทำการสำรวจไว้หน่อยครับ เช่น ทองคำที่สามารถนำไปขายได้ รถยนต์ที่ผ่อนหมดแล้วสามารถนำไปทำการจำนำทะเบียน รถแลกเงิน (สินเชื่อทะเบียนรถ) ของใช้ที่มีราคาแล้วสามารถแปลงเป็นเงินได้ ฯลฯ เพราะเรายังไม่รู้อนาคตข้างหน้า หากเราจำเป็นต้องใช้เงินจริง ๆ นำส่งของพวกมาเปลี่ยนเป็นเงินใช้ได้ครับ แม้ว่าจะไม่อยากให้มาถึงจุดนี้ก็ตาม

นี้เป็น 4 List ที่ผมอยากให้ทุกคนลองกลับนำไปพิจารณาดูครับ แล้วอยากเสริมอีกนิดว่าสิ่งของต่าง ๆ ให้พยายามรักษาเครดิตทางการเงินไว้ครับ แม้ว่าจะต้องขายของมีค่าออกไป นำรถไปจำนำทะเบียน หรืออะไรก็แล้วแต่ก็ควรต้องทำ เพราะหากเราเสียไปแล้วอนาคตในการทำธุรกรรมต่าง ๆ มันจะยากมาก ๆ สิ่งของนอกกายเราเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นยังหาใหม่ได้ครับ และที่สำคัญกว่าอื่นใดถ้าตอนนี้คุณเป็นพนักงานบริษัท มีรายได้ประจำอยู่คุณควรรีบดำเนินการตั้งแต่ตอนนี้ครับ ทั้งเรื่องของสินเชื่อส่วนบุคคลบัตรกดเงินสด การรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต การรีไฟแนนซ์บ้าน การรีไฟแนนซ์รถยนต์ เพราะถ้าคุณเกิดเหตุไม่คาดฝันอย่างการว่างงาน ถูกลดเงินเดือนขึ้นมา การขอสินเชื่อพวกนี้ก็จะไม่ใช่เรื่องง่ายแล้วครับ สถานการณ์แบบนี้การตั้งสติ วางแผนและเตรียมความพร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราผ่านวิกฤษช่วงนี้ไปได้ครับ Refinn (รีฟินน์) เอาใจช่วยทุก ๆ คนครับ

เผยแพร่เมื่อวันที่ 07 เม.ย. 2564
Refinn Writer
Refinn ช่วยคุณหาดีลธนาคารที่ดีที่สุด